ไปรษณีย์ญี่ปุ่น m(_ _)m

posted on 18 Jun 2010 03:22 by hayashikisara in Diary, Japan

ต่อกันด้วยโปรเจ็คเอาต้นฉบับที่ไม่ได้รวมอยู่ในหัวข้อตอนพิมพ์หนังสือมาลงต่อ ใครเคยอ่านแล้วก็ข้ามไปนะคะ m(_ _)m เกี่ยวกับบริการไปรษณีย์ที่ญี่ปุ่นนี่น่ะค่ะ หลายคนคงรู้กันอยู่แล้ว

 

เคยมีประสบการณ์เช่นนี้ไหม?

 

 

 

ของที่สั่งซื้อไปเมื่อวันก่อนมาส่งที่ห้องตอนเราไม่อยู่ @_@; เป็นธรรมดาของคนทำงานที่มักจะไม่อยู่ตอนกลางวันเท่าไหร่ ยังไงก็ตาม...เวลารู้ว่าจะมีของมาส่งถึงเราเนี่ยจะอารมณ์ลัลล้ามาก

 

 

 

ทว่าถ้ากลับมาเจอแค่กระดาษเล็กๆเขียนว่ามีของส่งมาถึงคุณ ให้ตามไปเอาที่ไปรษณีย์สาขานี้ด้วยภายในวันที่นี้ (โดยต้องไม่ลืมเอาบัตรประชาชนหน้าตาชั่วร้ายของเราไปด้วย) นี่จะเสียอารมณ์มาก ก็ทำงานมันตั้งแต่จันทร์ถึงเสาร์ อีไปรษณีย์ก็ปิดสามสี่โมง วันอาทิตย์ก็ไม่เปิดอีก.. แล้วชาตินี้เดี๊ยนจะได้ของเมื่อไหร่ล่ะเนี่ย.. กว่าจะได้อีกทีคงลืมมันไปแล้ว... หรือไม่คงไม่จำเป็นต้องใช้มันอีกแล้วมั้ง

 

 

 

ชอบไปรษณีย์ญี่ปุ่นอยู่อย่างก็ตรงที่... เวลามีคนมาส่งของแล้วไม่มีใครอยู่บ้าน เขาจะทิ้งใบแจ้งของเอาไว้ โดยให้เราโทรเข้าเครื่องอัตโนมัติไปกดๆๆ สั่งได้เองว่าให้มาส่งอีกทีวันไหนเวลาไหน (เราจะอยู่บ้านตอนไหนก็บอกเค้าไป) หรือใครไม่ชอบคุยกับเครื่องอัตโนมัติก็โทรเข้าเบอร์ที่เค้าให้ไว้ ไปบอกเค้าก็ได้ว่าจะให้มาส่งอีกทีเมื่อไหร่.. ทีเด็ดกว่านั้น... อีตาคนขับรถส่งของบางคนจะทิ้งเบอร์มือถือไว้ให้ด้วย โอ้!! ถ้าพี่จะเอาของวันนี้ พี่ก็โทรมาเลยแล้วกัน!! น่ารักมาก มืดค่ำก็ยังมาส่งของให้อีก ประทับใจในบริการจริงๆ

 

 

 

การไปส่งของในประเทศที่ไปรษณีย์ญี่ปุ่น ถ้าเป็นไปรษณียบัตรก็ติดแสตมป์ราคา 50 เยนทั่วประเทศ  ส่วนจดหมายธรรมดาถ้าเป็นซองปกติมาตรฐานทั่วไปหนัก 25g. ก็เสียค่าส่ง 80 เยนทั่วประเทศ ถ้าเกิน 25g. แต่ไม่ถึง 50g. ก็จะเสียในราคา 90 เยน สำหรับไซส์ใหญ่สามารถส่งได้ถึง 4kg. ราคาก็ตั้งแต่ 120 เยนถึง 1,150 เยน

 

 

 

ในกรณีของมีน้ำหนักเกิน 500g. ถ้าส่งธรรมดาจะเสียค่าส่ง 580 เยน แต่ทางไปรษณีย์ญี่ปุ่นจะมีทางเลือกที่ถูกกว่าสองทางให้เลือก คือให้ส่งแบบ Expack 500 หรือ Yuupack (ยูแพค)

 

 

 

Expack 500 เยน จะเป็นแพคกระดาษไซส์ประมาณกระดาษ A4 ที่สามารถใส่ CD, หนังสือ, แคตตาล็อค หรืออะไรก็ตามแต่ ไม่ว่าจะหนักเท่าไหร่ก็ตามถ้ายัดลงอีแพคนี้ได้ก็จ่าย 500 เยนทั่วประเทศ (ความหนาสามารถใส่ กระดาษ A4 ได้ประมาณ 250 แผ่น) เนื่องจากเน้นความสะดวกในการส่งเป็นสำคัญจึงไม่จำเป็นต้องไปซื้อที่ไปรษณีย์ เพราะ Expack 500 มีขายตามร้านสะดวกซื้อต่างๆหรือร้านรวงที่ร่วมให้บริการด้วย ใส่ของแล้วก็ส่งที่นั่นได้เลย เดี๋ยวพนักงานไปรษณีย์จะแวะไปรับมาเอง

 

 

 

ส่วน Yuupack นั้นจะมีทั้งซองกระดาษหรือกล่องให้เลือก สามารถส่งของได้หนักไม่เกิน 30kg. ราคาจะถูกกว่าส่งธรรมดาหน่อย นอกจากนี้จะมีบริการกำหนดเวลาให้ไปส่งของได้ด้วย (อยากให้ไปถึงอีกฝ่ายประมาณช่วงไหน) และมีบริการแจ้งกลับมาที่เราเมื่อของไปถึงผู้รับเรียบร้อยแล้วด้วย (อันนี้เลือกได้ ไม่ต้องการก็บอกไม่ต้องแจ้ง)

 

 

 

มาถึงการส่งของไปต่างประเทศบ้าง ถ้าส่งจดหมายธรรมดาทางอากาศไปไทยก็ใช้เวลาประมาณ 4-5 วัน เสียค่าส่ง 90-120 เยน ส่งของกลับไทยทางอากาศก็เลือกได้ทั้งแบบธรรมดาหรือ EMS (ให้เค้าคิดราคาออกมาให้เราดูก่อนได้) ถ้าจะส่งของมากๆ เน้นประหยัดหน่อยก็ส่งทางเรือ (ใช้เวลา 3-4 สัปดาห์ อย่าส่งอะไรเน่าเสียได้ไป) การคำนวณราคาจะดูจากไซส์กล่องและน้ำหนักด้วย ที่สำคัญคือต้องเอาแบบฟอร์มกรอกรายละเอียดแบบละเอียดยิบมานั่งกรอกไว้ก่อน (กรอกอีใบนี้แล้วจะไม่อยากส่งของกลับบ้านอีกเลย) เนื้อหาใจความแบบฟอร์มนี้ต้องลงแต่ละชิ้นในกล่องว่าคืออะไร น้ำหนักเท่าไหร่ ราคาเท่าไหร่ ผลิตประเทศอะไร(?) แบบฟอร์มตัวนี้ต้องไปขอเค้าเองเพราะจะไม่มีวางไว้ตามโต๊ะวางแบบฟอร์มที่ไปรษณีย์ แต่ถ้าเราไม่ได้เขียนไป พนักงานอาจจะเอามาให้กรอกใหม่ ถึงตอนนั้นเราจะจำไม่ได้แล้วว่าใส่อะไรลงไปในกล่องบ้าง ดังนั้นควรจดรายละเอียดของในกล่องไว้ด้วยทั้งหมด (เอาให้ศุลกากรเราเข้าใจได้เป็นพอ เพราะไอ้ที่ต้องเขียนเนี่ย เอาไว้โชว์ศุลการกรเราด้วย)

 

 

 

ถ้าของที่เราจะส่งกลับไทยมีน้ำหนักมาก ยกไปไปรษณีย์ไม่ไหวก็สามารถโทรเรียกให้พนักงานมารับ ของเราที่บ้านได้ (ติดต่อตามเบอร์ไปรษณีย์ที่อำเภอของท่านเอง) พนักงานจะมาพร้อมตาชั่ง @_@; (แบกมาเลย) มาชั่งของให้ถึงบ้าน ถ้าเรายังไม่ได้กรอกแบบฟอร์มมีการแวะเอาแบบฟอร์มมาให้ก่อนอีกต่างหาก (เดี๋ยวบ่ายมาใหม่ เจ๊กรอกไปนะ) เป็นเจ้าหน้าที่ที่ใจดีและเต็มไปด้วยจิตจะบริการมาก...

 

 

 

เวลาทำการของไปรษณีย์ พวกไปรษณีย์เล็กๆจะปิดทำการวันเสาร์ ส่วนใหญ่จะเปิดทำการเวลา 9.00-19.00 น. ถ้าเป็นไปรษณีย์ใหญ่ๆจะเปิดทำการวันเสาร์ด้วยแต่เปิดถึงแค่ 15.00 หรือ 17.00 น. มีบางที่จริงๆเปิดวันอาทิตย์ครึ่งวันอีกต่างหาก นอกจากนี้หลายสาขาก็มีตู้ขายแสตมป์และไปรษณียบัตรตั้งไว้ให้ไปหยอดเหรียญกดกันเอาเอง 24 ช.ม. ใครอยากส่งจดหมายหาแฟนยามค่ำคืนก็ไปกดเอา (ทว่าแสตมป์ที่กดออกมาจะเป็นรูปนกเป็ดน้ำสุดฮิตทั้งหมด)

 

 

 

ทีนี้... ที่น่าประหลาดใจเล็กน้อยสำหรับบริการของไปรษณีย์ญี่ปุ่นก็คือ จริงๆแล้วไปรษณีย์ญี่ปุ่นจะแบ่งส่วนงานออกเป็นสามส่วน คืองานไปรษณีย์ งานธนาคาร และงานประกัน

 

 

ในไปรษณีย์หนึ่งสาขาจะแบ่งช่องติดต่อไว้สำหรับลูกค้าที่จะมาติดต่องานทั้งสามประเภท พูดง่ายๆก็คือส่วนงานธนาคารก็จะสามารถเปิดบัญชี ฝาก ถอน โอนเงิน ชำระค่าอะไรต่างๆได้ทั่วประเทศ (บ้านนอกไกลโพ้นไม่มีธนาคารแต่ก็มีไปรษณีย์) ส่วนงานประกันก็มีประกันโปรแกรมต่างๆสำหรับประชาชนให้เลือกซื้อเลือกหา (คนญี่ปุ่นทำประกันกันเยอะมาก เฉลี่ยเป็นจำนวน 200% ของประชากร ประมาณว่าคนนึงทำประกันเกินสองอย่าง)

 

 

ดังนั้นไปถึงอย่ามั่ว ก็ไปเข้าแถวรับบัตรคิวให้ถูก  

 

 

 

ไปรษณีย์ญี่ปุ่นจะยุ่งมากที่สุดก็ช่วงปลายปี เพราะคนญี่ปุ่นนิยมส่งสคส.แบบไปรษณียบัตรให้กันและกันในช่วงปีใหม่ ทางไปรษณีย์เองก็จะออกสคส.ลวดลายต่างๆมาให้ประชาชนเลือกใช้หรือซื้อหาแข่งกับไปรษณียบัตรสคส.ลายน่ารักๆต่างๆของบริษัทเอกชน ความได้เปรียบของการส่งไปรษณียบัตรสคส.ของทางไปรษณีย์ให้แก่ผู้รับนั้นคือ นอกจากจะส่งความสุขให้กันและกันแล้ว เราอาจจะส่งโชคให้กับผู้รับโดยไม่รู้ตัวก็ได้ เพราะไปรษณียบัตรสคส.ของไปรษณีย์จะมีตัวเลขพิมพ์อยู่ทุกใบไว้เพื่อจับรางวัลแลกท้ายให้รางวัลแก่ผู้โชคดีช่วงหลังปีใหม่ ใครโชคดี อาจจะถูกรางวัลจากสคส.ที่มีคนส่งถึงเรามาก็ได้ ^_^ (เหมือนซื้อล็อตเตอรี่แต่อันนี้เลือกเลขเด็ดที่ได้มาจากหลวงพ่อไม่ได้นะเคอะ)

 

 

 

ที่บอกว่าไปรษณีย์จะยุ่งมากช่วงปีใหม่นั้น เพราะไปรษณีย์ญี่ปุ่นจะมีธรรมเนียมอย่างหนึ่งที่ปฏิบัติกันมานานแสนนานแล้ว (ไม่รู้ใครริเริ่ม) คือการส่งสคส.ที่มีผู้ส่งให้กับผู้รับในวันที่ 1 มกราคมซึ่งเป็นวันปีใหม่พอดี ดังนั้นถ้าเราจะไปส่งสคส.ให้กับใครควรระบุไว้ว่าเป็นสคส.หรือส่งในช่องสำหรับใส่สคส.โดยเฉพาะที่ทางไปรษณีย์จัดไว้ให้ (ช่วงใกล้ปีใหม่ลองสังเกต ที่ตู้ไปรษณีย์มันจะมีป้ายมาแปะไว้ลวกๆว่าช่องนี้ส.ค.ส.เท่านั้น อย่ามั่ว)

 

 

ถ้าเรามั่วส่งไปแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ สคส.ของเราจะไปถึงมือผู้รับก่อน (คนรับจะเซ็งในอารมณ์) 

 

 

ดังนั้นพอถึงวันที่ 1 มกราคม ชาวญี่ปุ่นก็จะตั้งหน้าตั้งตารอสคส.ที่ส่งมาถึงตัวเองกันอย่างมีความสุข (และเป็นการประนามด้วยว่ากรุมีเพื่อนกับเค้าบ้างไหม ครอบครัวจะรู้กันหมด ได้อับอายกันละทีนี้หากไม่มีส.ค.ส.มาถึงเราเลยซักใบ)

 

 

คนญี่ปุ่นมักจะตั้งอกตั้งใจกับสคส.แต่ละปีมาก บางคนปริ้นท์รูปตัวเองและครอบครัวส่งเป็นสคส. บางคนวาดรูปหรือประดิษฐ์ประดอยสคส.แต่ละแผ่นขึ้นมาเอง ทำให้เห็นถึงความตั้งใจในการทำ พอใกล้ปีใหม่ (ตั้งแต่เดือนเก้าเดือนสิบ) หลายบริษัทจะผลิตพวก CD รวมภาพ Illust ทำส.ค.ส.เองที่บ้านออกมาเกลื่อนกลาดมากมาย (และมีโปรแกรมทำส.ค.ส.ติดมาด้วย) แข่งขันกันมาก... พวกบริษัทปริ้นเตอร์ก็จะออกมาโฆษณาความฉลาดหลักแหลมในการปริ้นต์ส.ค.ส.ของตัวเองกันมาก หรือถ้าใครไปเดินตามห้างจะมีคอเนอร์สั่งทำส.ค.ส.กันเลยทีเดียว

 

 

 

สำหรับนักเรียนต่างชาติหรือแม่บ้านอยากพวกเรา ช่วงเวลาดังกล่าวก็เป็นนาทีทองของเราเหมือนกัน หากพวกเราไม่ได้กลับบ้านช่วงปีใหม่เพราะว่าตั๋วแพง ช่วงไปรษณีย์ยุ่งปลายปีนี้มักจะมีการประกาศรับสมัครพนักงาน Part time มาทำงานพิเศษแยกสคส.ก่อนช่วงปีใหม่ทุกปี (ไม่งั้นทำไม่ทัน) งานนี้คนต่างชาติก็ทำได้และค่อนข้างจะเปิดกว้างด้วย หากใครสนใจอย่าลืมไปด้อมๆมองๆเล็งเอาไว้ก่อนเลยนะคะ ^_^

 

 

ป.ล. มีเรื่องช็อคกิ้งเล็กน้อยที่ไม่อยากพูดถึง T^T โลกนี้มันไม่มีมิตรแท้ศัตรูจริง...

 

   

ป.ล.2 เรื่องของน้าที่เขียนวันก่อน ถ้าใครมีปัญหากลุ้มใจอยากไปหา ก็เมล์มาถามได้นะคะ คิดว่าเค้าช่วยค่ะ  m(_ _)m

 

 

Comment

Comment:

Tweet

#26 By (118.173.199.0|118.173.199.0) on 2015-07-09 16:24

#25 By (118.173.199.0|118.173.199.0) on 2015-07-09 16:23

Useful information shared. I am very happy to read this article.thanks for giving us nice information.

#24 By Discount sunglasses (118.216.49.36) on 2011-07-09 20:41

นั่นสิ... ชักเห็นด้วยกับคุณ V
จดหมายที่ว่า หายๆ ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่เพราะกรอกที่อยู่สับสน รหัสมั่ว ก็เป็นเพราะแพ็คอะไรบ้าบอเป็นปุ่มเป็นนูนมากับซองล่ะนะ

เคยไปที่ไปรษณีย์แล้วนั่งรอ
มีเด็กวัยรุ่นสองคน แสดงท่าทางเหยียดหยามเจ้าหน้าที่ที่จู้จี้กับพวกเธอโดยการอ่านคำขวัญที่ติดหน้าเคาท์เตอร์ดังๆ (บริการด้วยใจ.. เหรอ...ชิ!)

แต่พอฟังๆดูแล้ว อิเด็กสองคนนี่ก็เหมือนคนไม่มีการศึกษา
คือ เขาบอกให้กรอกช่องหนึ่ง เสือกไปกรอกอีกช่องหนึ่ง เหมือนคนอ่านหนังสือไม่แตกน่ะ ว่าไปเรื่อย
และที่สำคัญ ตัวเองอยู่บ้านเลขที่อะไรยังไม่รู้เลย
เจ้าหน้าที่เค้าจะรู้กะเมิงมั๊ยเนี่ย



ว่าแล้วก็กลุ้มใจแทนพี่ๆไปรษณีย์

#23 By ใครถามยะ on 2011-05-29 12:29

มันก็ขึ้นว่าจม.อะไรของคุณที่หาย กรุณาบอกประเภทด้วยจะได้ตามสืบค้นได้ เหมืนหิวน้ำแล้วสั่งข้าว(แสตมป์ 3 บาท ค่าเดินทางยังแพงกว่านี้อีก)งานที่บริการด้วยใจ ขอความกรุณาช่วยทำให้รู้สึกภูมิใจในการรับใช้คุณด้วยเทอญ

#22 By v (183.89.248.150) on 2011-05-28 20:50

จะมีสักวันไหม .. ที่ไปรษณีย์ไทยเป็นแบบนี้บ้าง sad smile

#21 By thenunSyndrome on 2011-04-09 15:14

เดี๋ยวนี้ในกรุงเทพก็มีนะคะ บริการมาส่งให้ตามนัดในวันหลังเนี่ย
เค้าเรียก Resend Service น่ะค่ะ
เพราะของยะ ทรมานมาก มันต้องขับมาไกลมากเลย

ตามทะเบียนบ้าน รหัสไปรษณีย์คือ 10220 ที่ทำการไปรษณีย์ของเราอยู่ข้างๆ เซนทรัล รามอินทรา
แต่บ้านยะ อยู่แถวๆ ตลาดออเงินโน่นเลยเทียว สุดปลายตรงทางด่วน สุขา5 น่ะค่ะ เกือบยี่สิบโลเลยนะ

จริงๆปากซอยบ้านก็มี ไปรษณีย์ แต่มันไม่ใช่เขตเรา
เวลาของมาส่งแล้วไม่มีคนรับ เราต้องไปเอาตรงเซนทรัลเอง ที่จอดรถก็น้อยมาก

เคยถามว่า แล้วเปลี่ยนให้ไปเอาตรงปากซอยแทนไม่ได้เหรอ เค้าก็บอก ไม่ได้ ต้องตามไปรษณีย์ที่จ่าหน้ามา
ก็ดื้อ ถามอีกว่า งั้นต่อไป เปลี่ยนเป็นจ่าหน้าด้วยรหัสของที่ทำการฯนี้แทนได้ไหม

พี่ Post man ก็บอกว่า ไม่ได้อยู่ดี ต้องตามทะเบียนบ้าน

เลยเกิดสงสัยว่า แล้วเมิงใช้อะไรมาวัดเนี่ยว่า บ้านกูใช้ที่ทำการปากซอยไม่ได้ ต้องไปใช้อีกแห่งตรงยี่สิบกิโลถัดไปเนี่ย ม่าง...


ก็เลยได้แต่โทรนัดอีกรอบเสมอมาน่ะค่ะ
ดีใจที่มีกะเค้าบ้าง confused smile

#20 By ใครถามยะ on 2011-03-03 13:03

แล้วเรื่องอื่นรวมอยู่ในหนังสือชื่ออะไรอ่ะคะคุณโบว์

จะไปหามาสะสม เก็บไว้อ่านประดับความรู้ อิอิ

ปล. สมัคร exteen เพื่อมา comment คุณโบว์โดยเฉพาะเลยนะเนี่ยbig smile big smile เค้าไม่ชอบเวลา comment แบบ guest ดูหน้าตาตัวเองเทาๆชอบกล question
จริง ๆ ไปรษณีย์ไทยก็พึ่งทำ pack แบบ expack 500 yen เป็นซองจดหมาย ราคา 5 บาท เอาไว้หย่อนใส่ตู้ไปรษณีย์ได้เลยเหมือนกัน แต่ของเราจะเน้นเรื่องส่งสลากชิงโชคแล้วคุ้มกว่าแฮะ 5555+

#18 By nora on 2010-06-19 01:05

ชอบไปรษณีย์ญี่ปุ่นจริงๆ เลยค่ะ ><

บริการดีมาก โดยเฉพาะเรื่องใบฉันทะ ..

ซึ่งเรื่องนี้ .. บ้านเราก็ sad smile




#17 By iPranggs ♥ on 2010-06-18 20:10

ปล. เสียงดี น่ารักมากค่ะ
ชอบฟัง

#16 By putra157 on 2010-06-18 19:24

อ๊ายดีใจที่พี่โบว์เอาเรื่องไปรษณียมาลง กำลังสงสัยอยู่ว่าถ้าส่งของไปญี่ปุ่น จะราคาเท่าไรนะ
กะจะส่งหนังสือไปให้ค่ะ ช่วยกันวิเคราะห์นิดหนึ่ง

ระบบไปรษณ์ที่ญี่ปุ่นดีจริงๆค่ะ อิจฉาจัง
เดือนก่อนส่งของกลับบ้านที่ตจว. ของก้ไปลงที่ไปรษณีย์อำเภอ แล้วเจ้าหน้าที่ก็มาบอกว่าไม่สามารถมาส่งให้ของมันใหญ่และหนัก ให้ไปเอาเอง สรุปค่านำมันรถที่ไปเอา แพงกว่าค่าส่งของอีก เซ็งเลย

#15 By putra157 on 2010-06-18 19:23

เพลงทำนองทำไมดูโบราณจัง

#14 By Q_plus on 2010-06-18 18:23

เกี่ยวกับเรื่องไปรษณีย์ญี่ปุ่น...

ก่อนและหลังสมัยนายกโคอิซูมิ ต่างกันบ้างหรือเปล่าครับ

#13 By DurianGuan ป่วนรัก on 2010-06-18 16:54

อุ๊ย ไหนๆ ก็มาโหมดโอตาคุแล้ว ตอนนี้สแตมป์เซ็ตฮากาเร็นกำลังวางขายอยู่นะคะ

#12 By แอน on 2010-06-18 15:04

ถ้าอีเอมเอสค่ะ เดี๋ยวนี้มีเวบให้ไปลงทะเบียนแล้วสั่งปริ๊นท์พวกใบๆ เลเบลเอง ไม่ต้องมานั่งเขียน แล้วทางนั้นจะส่งมาให้ถึงบ้านค่ะ สะดวกมากเลย

โอย วันนี้เพิ่งโทรเรียกมารับของร้อนๆ เองค่ะ อย่างอับอาย
แบบว่าเดี๋ยวนี้เค้าบังคับให้เขียนว่าข้างในมีอะไรตามจริง แล้วอย่างวันนี้แบบ หมอนข้างเงี้ย กรอบรูปเงี้ย ...มีแปะที่กล่องตัวเบ้อเร่อว่ากินทาxะ (หนูขี้เกียจดึงออกค่ะ) จนท.เธอชวนคุย แหม คนต่างประเทศนี่ก็นิฮงโนอะนิเมนิฮามัตเตรุสินะคะ ...แบบ เอิ้ก ไม่ใช่ของหนูค่ะ ของเพื่อนมันฝาก
แล้วมันหลายกล่อง เวลาเค้าเรียกกล่องนี้ก็เรียก อะ กล่องกินทาxะ โอยยย หนูอายค่ะ พราก
ตอนท้ายยังมีถามด้วยความห่วงใยว่า ค่าส่งเยอะขนาดนี้ไปเรียกเก็บกับเพื่อนได้ครบไหม ...เอิ้ว ได้สิคะ ไม่งั้นหนูจะเอาไรกิน

บางทีมีพวกโปรโมชั่นสะสมยอดส่งของเค้าก็จะแนะนำให้ค่ะ พร้อมบอกว่าเห็นส่งบ่อยคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์นะคะ ...อายยยยย

ว่าแต่แอบสงสัยค่ะว่าเรื่องช็อกกิ้งคืออะไรหรือคะ

#11 By แอน on 2010-06-18 14:58

เหมือนเทียบกับของพี่ไทยเราแล้ว มันช่างง....
ของพี่ไทย แค่เขียน ตำบลกับ อำเภอสลับกัน
บอกส่งไม่ถูก ให้ไปรับเอง = =
จะขยับไปอ่านสักนิดก็ไม่ได้

#10 By Nakamura_NaRu on 2010-06-18 13:23

อ้าว ปล.นั่นเกิดอะไรขึ้น
แต่อ่านเรื่องบริการทุกระดับของคุณไปรษณีย์แล้วอมยิ้มเลยทีเดียวค่ะ ใจดีมากๆ เพราะไปรษณีย์เมืองไทยเนี่ย
ในเวลางานแท้ๆ หน้าเคาน์เตอร์ยังไม่มีคนอยู่ซักคน
ตะโกนเรียกยังหน้าบึ้งอีก sad smile

#9 By uregus on 2010-06-18 12:56

ระบบเค้าดีจริงbig smile

#8 By fiothiel on 2010-06-18 11:59

เรื่องส่งของนี่ทำให้หงุดหงิดมามากค่ะ

ประเภทบอกว่าจะมาส่ง 午前中แต่มาเอาจริง ๆ ตอนเที่ยงครึ่ง หรือไม่มาดื้อ ๆ ซะงั้น.. เสียเวลาทำงานทำการมาก ๆ เลย T T

#7 By momoocha on 2010-06-18 11:47

ของไทยคงต้องพัฒนาอะไรอีกเยอะครับ
เพราะแค่ลำเลียงของ ยังไม่ใช้ "มือ" ในการลำเลียงเลย
p.s. วันอาทิตย์ ถ้าปลายทางเป็น กทม. และส่งแบบ ems ไปรษณีย์ จ่ายของอออกไปส่งให้
p.s. วันอาทิตย์ ถ้าปลายทางเป็น ตจว. ต่อให้ส่งแบบ ems กรูก็ไม่จ่ายและไม่ส่งให้ รอวันจันทร์ไปละกัน แถมถ้าวันจันทร์เป็นวันหยุดราชการ ก็รอกันไปอีก
p.s. 2 มาตรฐานชัด ๆ sad smile

#6 By リリース on 2010-06-18 07:12

ไปรษณีย์ญี่ปุ่น ถือว่าพัฒนาและมีเรื่องที่น่าทำเป็นตัวอย่างจริงๆ ของไทย เรียกให้มาส่งใหม่ลำบากมากมาย TwT

#5 By Noar Wolkins on 2010-06-18 06:09

แอบชอบบริการไปรษณีย์ที่ญี่ปุ่นอยู่เหมือนกันค่ะ แม้ว่าจะต้องมึนงงกับคันจิอยู่บ่อยๆก็ตาม @_____@

เคยมีรุ่นพี่ไปทำไบต์คัดแยกสคส.ช่วงปีใหม่นี่ด้วยล่ะค่ะ ทำกะกลางคืนเห็นว่าได้เงินดีมาก (ฮา) แล้วพี่เขามาเล่าให้ฟังว่าเจอเนงกะโจแปลกๆ แบบมีคนนึงปริ้นต์รูปตัวเอง(เดา)ประมาณเป็นคุณลุงอ้วนพลุ้ยใส่ชุดหนังถือแส้อะไรแบบนี้ (คงอารมณ์เครื่อแบบคลับ sm - ฮา)นั่งแหกบนเก้าอี้ คือ ไม่เห็นจุดยุทธศาสตร์ แต่รุ่นพี่บอกว่ามันคิโม่ยมากๆๆๆๆๆ ฟังแล้วก็ขำแทน
มนุษย์เรานี่ก็หลากหลายจริงๆเน้อ (จิบชา)

ว่าแต่สแตมป์รูปนกเป็ดน้ำนี่เขามีความหมายอะไรหรือเปล่าคะ? แอบสงสัยมานานแล้ว เพราะโดยทั่วไป พวกสแตมป์แบบพื้นฐานนี่ประเทศอื่นๆก็มักจะใช้รูปกษัตริย์บ้าง (ไทย อังกฤษ ฯลฯ) หรือไม่ก็สัญลักษณ์ของประเทศแบบเห็นแล้วเก็ตได้ง่ายๆ แต่คุณนกเป็ดน้ำนี่เราเข้าไม่ถึงจริงๆ sad smile

สำหรับเรื่องช้อคกิ้งก็ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีในที่สุดนะคะ อย่าเก็บมาเครียดมากนะค้า

ป.ล. ได้เนงกะโจอยู่เนืองๆทุกปี แต่ไม่เคยเช็คกับเขาเลยค่ะ มันเช็คกันที่ไหนเน้อ sad smile

#4 By RUBIS on 2010-06-18 06:04

ほう、なるほど
ไว้ต้องลองแวะไปไปรษณีย์บ้างแล้วสิ

งานพิเศษน่าสนใจจัง

#3 By Nil on 2010-06-18 05:58

ฟังดูบริการดีจังครับ big smile

ส่วนบ้านเราก็... sad smile

#2 By clock on 2010-06-18 05:06

สาธุ.. จะมีัวันที่ปณ. ไทยทำได้แบบเค้ามั้ยนี่ แค่นี้จม.หายยังไม่รู้จะไปตามกับใครเลย - -"

#1 By D-faxtory on 2010-06-18 04:03