ไปรษณีย์ญี่ปุ่น m(_ _)m

posted on 18 Jun 2010 03:22 by hayashikisara in Diary, Japan

ต่อกันด้วยโปรเจ็คเอาต้นฉบับที่ไม่ได้รวมอยู่ในหัวข้อตอนพิมพ์หนังสือมาลงต่อ ใครเคยอ่านแล้วก็ข้ามไปนะคะ m(_ _)m เกี่ยวกับบริการไปรษณีย์ที่ญี่ปุ่นนี่น่ะค่ะ หลายคนคงรู้กันอยู่แล้ว

 

เคยมีประสบการณ์เช่นนี้ไหม?

 

 

 

ของที่สั่งซื้อไปเมื่อวันก่อนมาส่งที่ห้องตอนเราไม่อยู่ @_@; เป็นธรรมดาของคนทำงานที่มักจะไม่อยู่ตอนกลางวันเท่าไหร่ ยังไงก็ตาม...เวลารู้ว่าจะมีของมาส่งถึงเราเนี่ยจะอารมณ์ลัลล้ามาก

 

 

 

ทว่าถ้ากลับมาเจอแค่กระดาษเล็กๆเขียนว่ามีของส่งมาถึงคุณ ให้ตามไปเอาที่ไปรษณีย์สาขานี้ด้วยภายในวันที่นี้ (โดยต้องไม่ลืมเอาบัตรประชาชนหน้าตาชั่วร้ายของเราไปด้วย) นี่จะเสียอารมณ์มาก ก็ทำงานมันตั้งแต่จันทร์ถึงเสาร์ อีไปรษณีย์ก็ปิดสามสี่โมง วันอาทิตย์ก็ไม่เปิดอีก.. แล้วชาตินี้เดี๊ยนจะได้ของเมื่อไหร่ล่ะเนี่ย.. กว่าจะได้อีกทีคงลืมมันไปแล้ว... หรือไม่คงไม่จำเป็นต้องใช้มันอีกแล้วมั้ง

 

 

 

ชอบไปรษณีย์ญี่ปุ่นอยู่อย่างก็ตรงที่... เวลามีคนมาส่งของแล้วไม่มีใครอยู่บ้าน เขาจะทิ้งใบแจ้งของเอาไว้ โดยให้เราโทรเข้าเครื่องอัตโนมัติไปกดๆๆ สั่งได้เองว่าให้มาส่งอีกทีวันไหนเวลาไหน (เราจะอยู่บ้านตอนไหนก็บอกเค้าไป) หรือใครไม่ชอบคุยกับเครื่องอัตโนมัติก็โทรเข้าเบอร์ที่เค้าให้ไว้ ไปบอกเค้าก็ได้ว่าจะให้มาส่งอีกทีเมื่อไหร่.. ทีเด็ดกว่านั้น... อีตาคนขับรถส่งของบางคนจะทิ้งเบอร์มือถือไว้ให้ด้วย โอ้!! ถ้าพี่จะเอาของวันนี้ พี่ก็โทรมาเลยแล้วกัน!! น่ารักมาก มืดค่ำก็ยังมาส่งของให้อีก ประทับใจในบริการจริงๆ

 

 

 

การไปส่งของในประเทศที่ไปรษณีย์ญี่ปุ่น ถ้าเป็นไปรษณียบัตรก็ติดแสตมป์ราคา 50 เยนทั่วประเทศ  ส่วนจดหมายธรรมดาถ้าเป็นซองปกติมาตรฐานทั่วไปหนัก 25g. ก็เสียค่าส่ง 80 เยนทั่วประเทศ ถ้าเกิน 25g. แต่ไม่ถึง 50g. ก็จะเสียในราคา 90 เยน สำหรับไซส์ใหญ่สามารถส่งได้ถึง 4kg. ราคาก็ตั้งแต่ 120 เยนถึง 1,150 เยน

 

 

 

ในกรณีของมีน้ำหนักเกิน 500g. ถ้าส่งธรรมดาจะเสียค่าส่ง 580 เยน แต่ทางไปรษณีย์ญี่ปุ่นจะมีทางเลือกที่ถูกกว่าสองทางให้เลือก คือให้ส่งแบบ Expack 500 หรือ Yuupack (ยูแพค)

 

 

 

Expack 500 เยน จะเป็นแพคกระดาษไซส์ประมาณกระดาษ A4 ที่สามารถใส่ CD, หนังสือ, แคตตาล็อค หรืออะไรก็ตามแต่ ไม่ว่าจะหนักเท่าไหร่ก็ตามถ้ายัดลงอีแพคนี้ได้ก็จ่าย 500 เยนทั่วประเทศ (ความหนาสามารถใส่ กระดาษ A4 ได้ประมาณ 250 แผ่น) เนื่องจากเน้นความสะดวกในการส่งเป็นสำคัญจึงไม่จำเป็นต้องไปซื้อที่ไปรษณีย์ เพราะ Expack 500 มีขายตามร้านสะดวกซื้อต่างๆหรือร้านรวงที่ร่วมให้บริการด้วย ใส่ของแล้วก็ส่งที่นั่นได้เลย เดี๋ยวพนักงานไปรษณีย์จะแวะไปรับมาเอง

 

 

 

ส่วน Yuupack นั้นจะมีทั้งซองกระดาษหรือกล่องให้เลือก สามารถส่งของได้หนักไม่เกิน 30kg. ราคาจะถูกกว่าส่งธรรมดาหน่อย นอกจากนี้จะมีบริการกำหนดเวลาให้ไปส่งของได้ด้วย (อยากให้ไปถึงอีกฝ่ายประมาณช่วงไหน) และมีบริการแจ้งกลับมาที่เราเมื่อของไปถึงผู้รับเรียบร้อยแล้วด้วย (อันนี้เลือกได้ ไม่ต้องการก็บอกไม่ต้องแจ้ง)

 

 

 

มาถึงการส่งของไปต่างประเทศบ้าง ถ้าส่งจดหมายธรรมดาทางอากาศไปไทยก็ใช้เวลาประมาณ 4-5 วัน เสียค่าส่ง 90-120 เยน ส่งของกลับไทยทางอากาศก็เลือกได้ทั้งแบบธรรมดาหรือ EMS (ให้เค้าคิดราคาออกมาให้เราดูก่อนได้) ถ้าจะส่งของมากๆ เน้นประหยัดหน่อยก็ส่งทางเรือ (ใช้เวลา 3-4 สัปดาห์ อย่าส่งอะไรเน่าเสียได้ไป) การคำนวณราคาจะดูจากไซส์กล่องและน้ำหนักด้วย ที่สำคัญคือต้องเอาแบบฟอร์มกรอกรายละเอียดแบบละเอียดยิบมานั่งกรอกไว้ก่อน (กรอกอีใบนี้แล้วจะไม่อยากส่งของกลับบ้านอีกเลย) เนื้อหาใจความแบบฟอร์มนี้ต้องลงแต่ละชิ้นในกล่องว่าคืออะไร น้ำหนักเท่าไหร่ ราคาเท่าไหร่ ผลิตประเทศอะไร(?) แบบฟอร์มตัวนี้ต้องไปขอเค้าเองเพราะจะไม่มีวางไว้ตามโต๊ะวางแบบฟอร์มที่ไปรษณีย์ แต่ถ้าเราไม่ได้เขียนไป พนักงานอาจจะเอามาให้กรอกใหม่ ถึงตอนนั้นเราจะจำไม่ได้แล้วว่าใส่อะไรลงไปในกล่องบ้าง ดังนั้นควรจดรายละเอียดของในกล่องไว้ด้วยทั้งหมด (เอาให้ศุลกากรเราเข้าใจได้เป็นพอ เพราะไอ้ที่ต้องเขียนเนี่ย เอาไว้โชว์ศุลการกรเราด้วย)

 

 

 

ถ้าของที่เราจะส่งกลับไทยมีน้ำหนักมาก ยกไปไปรษณีย์ไม่ไหวก็สามารถโทรเรียกให้พนักงานมารับ ของเราที่บ้านได้ (ติดต่อตามเบอร์ไปรษณีย์ที่อำเภอของท่านเอง) พนักงานจะมาพร้อมตาชั่ง @_@; (แบกมาเลย) มาชั่งของให้ถึงบ้าน ถ้าเรายังไม่ได้กรอกแบบฟอร์มมีการแวะเอาแบบฟอร์มมาให้ก่อนอีกต่างหาก (เดี๋ยวบ่ายมาใหม่ เจ๊กรอกไปนะ) เป็นเจ้าหน้าที่ที่ใจดีและเต็มไปด้วยจิตจะบริการมาก...

 

 

 

เวลาทำการของไปรษณีย์ พวกไปรษณีย์เล็กๆจะปิดทำการวันเสาร์ ส่วนใหญ่จะเปิดทำการเวลา 9.00-19.00 น. ถ้าเป็นไปรษณีย์ใหญ่ๆจะเปิดทำการวันเสาร์ด้วยแต่เปิดถึงแค่ 15.00 หรือ 17.00 น. มีบางที่จริงๆเปิดวันอาทิตย์ครึ่งวันอีกต่างหาก นอกจากนี้หลายสาขาก็มีตู้ขายแสตมป์และไปรษณียบัตรตั้งไว้ให้ไปหยอดเหรียญกดกันเอาเอง 24 ช.ม. ใครอยากส่งจดหมายหาแฟนยามค่ำคืนก็ไปกดเอา (ทว่าแสตมป์ที่กดออกมาจะเป็นรูปนกเป็ดน้ำสุดฮิตทั้งหมด)

 

 

 

ทีนี้... ที่น่าประหลาดใจเล็กน้อยสำหรับบริการของไปรษณีย์ญี่ปุ่นก็คือ จริงๆแล้วไปรษณีย์ญี่ปุ่นจะแบ่งส่วนงานออกเป็นสามส่วน คืองานไปรษณีย์ งานธนาคาร และงานประกัน

 

 

ในไปรษณีย์หนึ่งสาขาจะแบ่งช่องติดต่อไว้สำหรับลูกค้าที่จะมาติดต่องานทั้งสามประเภท พูดง่ายๆก็คือส่วนงานธนาคารก็จะสามารถเปิดบัญชี ฝาก ถอน โอนเงิน ชำระค่าอะไรต่างๆได้ทั่วประเทศ (บ้านนอกไกลโพ้นไม่มีธนาคารแต่ก็มีไปรษณีย์) ส่วนงานประกันก็มีประกันโปรแกรมต่างๆสำหรับประชาชนให้เลือกซื้อเลือกหา (คนญี่ปุ่นทำประกันกันเยอะมาก เฉลี่ยเป็นจำนวน 200% ของประชากร ประมาณว่าคนนึงทำประกันเกินสองอย่าง)

 

 

ดังนั้นไปถึงอย่ามั่ว ก็ไปเข้าแถวรับบัตรคิวให้ถูก  

 

 

 

ไปรษณีย์ญี่ปุ่นจะยุ่งมากที่สุดก็ช่วงปลายปี เพราะคนญี่ปุ่นนิยมส่งสคส.แบบไปรษณียบัตรให้กันและกันในช่วงปีใหม่ ทางไปรษณีย์เองก็จะออกสคส.ลวดลายต่างๆมาให้ประชาชนเลือกใช้หรือซื้อหาแข่งกับไปรษณียบัตรสคส.ลายน่ารักๆต่างๆของบริษัทเอกชน ความได้เปรียบของการส่งไปรษณียบัตรสคส.ของทางไปรษณีย์ให้แก่ผู้รับนั้นคือ นอกจากจะส่งความสุขให้กันและกันแล้ว เราอาจจะส่งโชคให้กับผู้รับโดยไม่รู้ตัวก็ได้ เพราะไปรษณียบัตรสคส.ของไปรษณีย์จะมีตัวเลขพิมพ์อยู่ทุกใบไว้เพื่อจับรางวัลแลกท้ายให้รางวัลแก่ผู้โชคดีช่วงหลังปีใหม่ ใครโชคดี อาจจะถูกรางวัลจากสคส.ที่มีคนส่งถึงเรามาก็ได้ ^_^ (เหมือนซื้อล็อตเตอรี่แต่อันนี้เลือกเลขเด็ดที่ได้มาจากหลวงพ่อไม่ได้นะเคอะ)

 

 

 

ที่บอกว่าไปรษณีย์จะยุ่งมากช่วงปีใหม่นั้น เพราะไปรษณีย์ญี่ปุ่นจะมีธรรมเนียมอย่างหนึ่งที่ปฏิบัติกันมานานแสนนานแล้ว (ไม่รู้ใครริเริ่ม) คือการส่งสคส.ที่มีผู้ส่งให้กับผู้รับในวันที่ 1 มกราคมซึ่งเป็นวันปีใหม่พอดี ดังนั้นถ้าเราจะไปส่งสคส.ให้กับใครควรระบุไว้ว่าเป็นสคส.หรือส่งในช่องสำหรับใส่สคส.โดยเฉพาะที่ทางไปรษณีย์จัดไว้ให้ (ช่วงใกล้ปีใหม่ลองสังเกต ที่ตู้ไปรษณีย์มันจะมีป้ายมาแปะไว้ลวกๆว่าช่องนี้ส.ค.ส.เท่านั้น อย่ามั่ว)

 

 

ถ้าเรามั่วส่งไปแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ สคส.ของเราจะไปถึงมือผู้รับก่อน (คนรับจะเซ็งในอารมณ์) 

 

 

ดังนั้นพอถึงวันที่ 1 มกราคม ชาวญี่ปุ่นก็จะตั้งหน้าตั้งตารอสคส.ที่ส่งมาถึงตัวเองกันอย่างมีความสุข (และเป็นการประนามด้วยว่ากรุมีเพื่อนกับเค้าบ้างไหม ครอบครัวจะรู้กันหมด ได้อับอายกันละทีนี้หากไม่มีส.ค.ส.มาถึงเราเลยซักใบ)

 

 

คนญี่ปุ่นมักจะตั้งอกตั้งใจกับสคส.แต่ละปีมาก บางคนปริ้นท์รูปตัวเองและครอบครัวส่งเป็นสคส. บางคนวาดรูปหรือประดิษฐ์ประดอยสคส.แต่ละแผ่นขึ้นมาเอง ทำให้เห็นถึงความตั้