Japan

เป็นแบบสอบถามที่ทางสุโกเรนถามคุณผู้ชายมากัน อันนี้ไม่ใช่แรงกิ้งนะคะ อ่านแล้วนอกจากมันจะแทงใจฉึกๆกันบ้างแล้ว... 


คุณผู้ชายอ่านแล้วอาจจะน้ำตาไหลพรากๆแสตนดิ้งโอเวชั่นกันเลยทีเดียว... =_=;

 

1. ถามคำถามประเภท “ระหว่างชั้นกับงาน เธอจะเลือกอะไร?”

คำถามเหมือนเป็น choice ให้เลือก ทั้งๆที่มีสิทธิ์ตอบได้อย่างเดียวเท่านั้น... =_=; จะถามทำไมจ๊ะ??

 

2. อยู่ดีไม่ว่าดีก็บอกว่า “อ้วนขึ้น” “สิวขึ้น” แล้วก็หงุดหงิด หรือไม่ก็จิตตกซะงั้น

ผมควรจะทำตัวยังไงระหว่างที่คุณอ้วนหรือสิวขึ้นดีครับ ช่วยบอกด้วยยยย?

 

3. บางทีก็บอกว่า “ไม่สุภาพบุรุษ” บางทีก็หาว่า “ไม่สู้คน”

ไม่เปิดประตูรถให้เธอขึ้นหรือไม่เปิดประตูให้เธอเข้าก่อนก็บอกไม่สุภาพบุรุษอย่างนู้นอย่างนี้ ไม่ร่วมด้วยช่วยด่าพนักงานร้านที่ทำให้เธออารมณ์เสียก็หาว่าไม่รู้จักสู้คน... ตกลงอยากให้ก้าวร้าวหรือเป็นสุภาพชน??

 

4. Girls Talk มันคืออะไรกันแน่??

ผู้หญิงมักจะชอบนัดไปเม้ามอยกันโดยบางทีแบบว่าไม่อยากเอาแฟนไปด้วยเพราะจะคุยกันแบบผู้หญิงๆ (ใครเอาแฟนไปด้วย ไอ้แฟนคนนั้นซวย ต้องไปนั่งตบยุง) จากปากคำของคนที่ได้ไปอยู่ในการคุยกันของผู้หญิงแล้ว มักจะบอกไม่ถูกว่าตกลงพวกเธอคุยเรื่องอะไรกันแน่ สามารถคุยได้ตั้งแต่ลมฟ้าอากาศไปถึงผัวเพื่อนที่ไม่ได้อยู่ที่นั่น...

 

5. บอกว่าตัวเองอ้วนงู้นงี้ และต้องไดเอ็ทงู้นงี้...

และข้าวก็ไม่ค่อยจะกิน แต่กินเค้กกินขนมได้ซะงั้น (จริงๆแคลอรี่มันอาจจะเยอะกว่ากินข้าวอีก =_=;)

 

6. ตอนนั้นบอกว่าไม่เป็นไร แต่... 

พอทะเลาะกันขึ้นมาเธอก็จะขุดเรื่องในอดีตกาลมาร่วมด้วยช่วยกันเหมือนตอนจบที่หุ่นขบวนการห้าสีมันต้องไปรวมร่างกันเพื่อความแข็งแกร่งและจะได้ชนะ บางตอนช่างให้น่าสงสัยมากว่าทำไมเธอถึงได้จำเรื่องเล็กๆน้อยๆที่นานมาแล้วอย่างนั้นได้ (ทั้งที่จำไม่ได้ว่าเมื่อวานกินข้าวกับอะไร)

 

7. จงใจคุยกับผู้ชายคนอื่นหรือเล่าเรื่องผู้ชายคนอื่นให้ฟัง

พอไม่หึงก็... ผิดอี๊ก!! อ่านนิยายหรือดูละครมากไปรึเปล่าครับ!! (ถึงผมหึงก็ไม่เท่ห์เหมือนมันหรอกครับ) เผลอๆหึงมากไปโดนด่าอีก... =_=; ก็ไม่รู้ว่าเธอต้องการแค่เลเวลประมาณไหน...

 

8. เกลียดการกีดกันทางเพศ

แต่ก็อยากจะให้เห็นอกเห็นใจในฐานะที่เป็นผู้หญิง...
ผมทำตัวไม่ถูกคร้าบบบบบ... 


(ノ_-。) 、、、

 

ทั้งหมดนี้เดี๊ยนไม่ได้คิดเอง อย่ามาด่าเดี๊ยนล่ะ...

 

ป.ล. พักนี้อัพนิยายเรื่อง Ichi Hime Ni Tarou อยู่เรื่อยๆ ติดตามได้จาก http://hayashikisara.warabimochi.net หรือ http://hongsamut.com/previewwriter.php?adminID=955 ค่ะ m(_ _)m

 

 

 

ถ้าเดาเอาจากรูปลักษณ์ของท่านเซียนพันปีที่อยู่ตามเขาเหลียงซานของจีน(?) ก็คงจะประมาณคิ้วยาวถึงเข่า... หนวดเครารุงรังไม่เห็นหน้าตา ตัวผอมเล็ก หลังค่อมถือไม้เท้า... อะไรอย่างนี้ =_=;

 

แต่จริงๆแล้ว ไปเจอมาว่า... มีการรวบรวมผลการวิจัยต่างๆเกี่ยวกับคนมีอายุยืนทั้งหลายจากหลายๆประเทศโดยนิตยสารของฮ่องกง แล้วสรุปออกมาว่า เงื่อนไขของคนมีอายุยืนส่วนใหญ่ที่คล้ายๆกันคือข้อเหล่านี้ ลองมาดูกันเนอะว่าใครจะไปก่อนใคร เอ๊ย... ไปเร็วช้าแค่ไหน (?)

 

1. ตัวไม่สูงมาก

จากการค้นคว้าบอกว่า มนุษย์ที่มีความสูงที่เหมาะกับการใช้ชีวิตโดยไม่มีความเครียดนั้นจะสามารถมีอายุยืนกว่าคนที่เครียดกับสิ่งแวดล้อมในการใช้ชีวิต เช่นถ้าเราสูงเกินไป ขึ้นรถเมล์หัวติดเพดานตลอด =_=; เตี้ยไปเดินไปไหนเพื่อนแม่_เหยีบกรุตลอด มันจะเป็นความเครียดน้อยๆที่เราอาจจะไม่ได้รู้สึกมาก แต่เล็กๆน้อยๆเหล่านี้มีผลกับการบั่นทอนสุขภาพจิตของเราอย่างไม่รู้ตัว เพราะเป็นสิ่งที่อยู่กับเราตลอดชีวิต อ้วนผอมยังไดเอ็ทได้อะไรได้ แต่ความสูงจะยืดๆหดๆก็ไม่ได้ อย่างมากใส่รองเท้าส้นสูงเพิ่มบ้าง (ให้ร้องเท้ากัด เจ็บเท้า กรุเครียดอีก) ดังนั้นผลที่ได้จากการคำนวณคนมีอายุร้อยปีขึ้นไปแล้วจะพบว่า ส่วนใหญ่ผู้ชายจะสูงแค่ 165-168 ซ.ม. และผู้หญิงจะสูงแค่ 159-162 ซ.ม.เท่านั้น (อันนี้เป็นไซส์ฝรั่ง ถ้าเป็นเอเชียจะเตี้ยกว่านี้อีกนิดหน่อย)

 

2. ท้วมๆ

จากการวิจัยของอเมริกา (วิจัยจากชาวอเมริกัน 6 ล้านคน) พบว่า คนที่รูปร่างท้วมนิดๆ จะมีอายุยืนกว่าพวกผอมบางหุ่นนางแบบหรือมีซิกแพก และแถมคนท้วมๆยังมีความสามารถในการต่อต้านโรคภัยได้ดีกว่า (ทว่าอ้วนมากไปที่เรียกว่าเมตะโบ ก็ไม่ได้นะจ๊ะ โอกาสเจ็บป่วยในหลายๆโรคจะเพิ่มมากขึ้นอีกเยอะทีเดียว)

 

3. หัวเถิกหัวเหม่ง (!!!)

เค้าว่าเป็นการแบ่งฮอร์โมนชายที่เหมาะสม =_=; (คือประมาณว่าผลมันมาจากการวสำรวจว่าคนอายุยืนทั้งหลายส่วนใหญ่ท่านจะ.... กันนะคะ) ดังนั้นก็เป็นข้อช่วยปลอบประโลมหนุ่มๆที่มีผมน้อยผมบางดังว่าว่า... ท่านอาจจะอายุยืนนะคะ (แม้เมียจะลูบเล่นขอหวยทุกวันก็ตาม)

 

4. ติ่งหูยาว

ข้อนี้ดูจากเซียน... ไม่ใช่ไม่ใช่ ในทางการแพทย์จีนโบราณบอกว่าแสดงถึงพลังชีวิตที่เข้มแข็ง...

 

5. มีเอว...

หมายถึงตอนบั้นปลายชีวิตน่ะนะ จากการวิจัยพบว่า 95% ของคนที่อายุยืนถึง 100 จะค่อนข้างผอมและมีเอวหลังอายุ 70 ไปแล้ว สรุปว่าต้องแข็งแรง ท้วมๆตอนสาวๆ แต่พอแก่ตัวแล้วก็ต้องหุ่นดี แต่ก็นะ อายุ 70 จะมากินเป็นพายุบุแคมเหมือนวัยรุ่นก็กระไรอยู่

 

6. เป็นลูกคนโต

@_@; ข้อนี้เป็นผลการวิจัยจากทางจีน คือพบว่า 77.3% ของคนที่อายุเกิน 100 ในจีนเป็นลูกคนโตกันทั้งหมด (อายุเกิน 100 ปีคือพวกที่ยังไม่ได้อยู่ในนโยบายมีลูกไม่เกินหนึ่งอ่ะนะจ๊ะ เป็นคุณปู่ย่าในสมัยที่นิยมมีลูกกันเป็นสิบอยู่...) แต่ประเทศอื่นอาจจะไม่ใช่ก็ได้นะ เพราะสำหรับจีนและคนรุ่นที่มีลูกมาก ส่วนใหญ่ลูกคนโตจะค่อนข้างได้กินมากกว่าคนอื่น (ยิ่งถ้าเป็นผู้ชายด้วยแล้ว...) แต่ที่อาจจะมีผลก็คือ อายุของแม่ตอนที่คลอดลูก อาจจะเป็นไปได้ว่าการที่มีลูกเร็ว คลอดลูกตอนอายุยังน้อย โอกาสที่จะอายุยืนมีมากกว่าเด็กที่คลอดตอนแม่แก่แล้ว... แค่โอกาสน่ะนะ

 

7. คนที่มีชีวิตอยู่แวดล้อมด้วยต้นไม้ดอกไม้

พบว่ามีชีวิตยืนกว่าคนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีต้นไม้ดอกไม้รอบข้างน้อยถึง 7 ปี (ค่าเฉลี่ย) อันนี้เค้าบอกว่าไม่ได้เกี่ยวกับต้นไม้ดอกไม้โดยตรง แต่เกี่ยวกับสภาพแแวดล้อมการทำงานที่ไม่สร้างความเครียด 

 

8. คนที่ฝันบ่อยๆ

ช่วงเวลาที่ฝันจะมีฮอร์โมนที่ช่วยลดความเครียดออกมา และมี คลอจินโคโรปิน (?) << โทษที อ่านภาษาญี่ปุ่นมา ที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคเพิ่มมากขึ้นด้วย (มิน่า อริสราไม่ค่อยป่วยเลย สงสัยเพราะฝันทุกคืน =_=;)

 

9. เลือดกรุ๊ป B

จากที่วิจัยมาพบว่า 83% ของคนที่อายุเกิน 100 นั้นเป็นกรุ๊ป B << นานๆจะมีอะไรดีๆเกี่ยวกับกรุ๊ปนี้เสียที ปลาบปลื้ม~~~~ T^T

 

 

พูดถึงกรุ๊ปเลือด... มักจะเคยได้ยินเรื่องการทำนายกรุ๊ปเลือดของทางญี่ปุ่น,เกาหลีกันมาอยู่บ้าง ซึ่งจริงๆแล้วในโลกนี้ ประเทศที่ค่อนข้างจะบ้าทำนายกรุ๊ปเลือดก็มีอยู่อิสองประเทศนี้เท่านั้นแหละ ถ้าเที่ยวไปถามกรุ๊ปเลือดชาวยุโรป ฝรั่งจะถามกลับว่า `เมิงเป็นหมอเหรอ??`

 

ดังนั้น... ความแม่นยำของการทำนายกรุ๊ปเลือดนั้นไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับ แต่ในความเป็นจริงมีผลการวิจัยทางการแพทย์ออกมาแล้วว่า กรุ๊ปเลือดต่างประเภทนั้นมีโอกาสที่จะเจ็บไข้ได้ป่วยในแต่ละโรคได้ยากง่ายแตกต่างกัน ดังนั้นเราอาจจะเห็นบางประเทศมีเลือดกรุ๊ปนู้นกรุ๊ปนี้มากเป็นพิเศษเพราะการต่อสู้กับโรคภัยบางอย่างในอดีตทำให้เป็นเช่นนั้น อย่างเช่นคนอินเดียส่วนใหญ่มากๆจะมีเลือดกรุ๊ป O เพราะกรุ๊ป O เป็นกรุ๊ปที่ค่อนข้างจะแข็งแกร่งทนทานต่อการติดโรคระบาด ดังนั้นช่วงที่มีโรคระบาดและคนล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่คนเลือดกรุ๊ป O กลับหลงเหลืออยู่ได้โดยไม่เป็นไร ถ้าสังเกตดีๆ ประเทศเมืองร้อนที่มักจะมีโรคระบาดอยู่เสมอมักจะมีคนเลือดกรุ๊ป O เยอะเหมือนกัน

 

ส่วนหนึ่งก็มาจากการวิเคราะห์ไวรัสด้วย และพบว่าไวรัสบางประเภทจะชอบกรุ๊ปเลือดบางกรุ๊ปเป็นพิเศษ (เป็นที่มาที่ว่าทำไมท่านที่มีเลือดกรุ๊ปนี้ติดโรคนี้นั้นง่ายกว่ากรุ๊ปอื่น) อย่างเช่น โนโรไวรัส นั้นจะชอบเลือดกรุ๊ป O เป็นพิเศษ อะไรอย่างนี้เป็นต้น 

 

ผลทางการแพทย์ที่